Wednesday, October 11, 2006

บิดามารดาเป็นครูคนแรก (บูรพาจารย์) ของลูก

ปัจจุบันพ่อแม่ทำหน้าที่ครูคนแรกของลูกน้อยมาก และมักพากันคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน ชาติไทยจะมีพลเมืองที่เป็นคนดีและเข้มแข็งสามารถแข่งขันกับชาติอื่นๆทั่วโลกได้ ส่วนหนึ่งที่สำคัญอยู่ที่พ่อแม่จะเป็นครูคนแรกของลูกได้หรือไม่และทำหน้าที่นี้ได้ดีและกว้างขวางลึกซึ้งได้เพียงใด มิฉะนั้นชาติไทยจะอ่อนแอและเต็มไปด้วยปัญหาที่ยากแก่การแก้ไข
พระอภัยมณีสอนสินสมุทให้เรียนวิชา
จะกล่าวกลับจับความไปตามเรื่อง ถึงบาทเบื้องปรเมศพระเชษฐา
องค์อภัยมณีศรีโสภา ตกยากอยู่คูหามาช้านาน
กับด้วยนางอสุรีนีรมิต เป็นคู่ชิดเชยชมสมสมาน
ต้องรักใคร่ไปตามยามกันดาร จนนางมารมีบุตรบุรุษชาย
ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดังสุริยฉาย
ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา
พระบิตุรงค์ทรงศักดิ์ก็รักใคร่ ด้วยเนื้อไขมิได้คิดริษยา
เฝ้าเลี้ยงลูกผูกเปลแล้วเห่ช้า จนใหญ่กล้าอายุได้แปดปี
จึงให้นามตามอย่างข้างมนุษย์ ชื่อสินสมุทกุมารชาญชัยศรี
ธำมรงค์ทรงมาค่าบุรี พระภูมีถอดผูกให้ลูกยา
เจียรบาทคาดองค์ก็ทรงเปลื้อง ให้เป็นเครื่องนุ่งห่มโอรสา
สอนให้เจ้าเป่าปี่มีวิชา เพลงศัสตราสารพัดหัดชำนาญ
พระอภัยมณีของสุนทรภู่ เล่ม ๑ อ้างแล้ว หน้า ๑๐๖

Sunday, October 08, 2006

สาระในด้านคุณธรรม จริยธรรม

บิดามารดาอนุเคราะห์บุตร ตามหลักปฏิบัติดังนี้
๑. ห้ามปรามป้องกันจากความชั่ว
๒. ดูแลฝึกอบรมให้ตั้งอยู่ในความดี
๓. ให้ศึกษาศิลปวิทยา
๔. เป็นธุระเมื่อถึงคราวจะมีคู่ครอง
๕. มอบทรัพย์สมบัติให้เมื่อถึงโอกาส
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) ธรรมนูญชีวิต ฉบับปรับปรุงใหม่ พิมพ์ครั้งที่ ๓ โรงพิม์การศาสนา ๒๕๔๔ หน้า ๔
ท้าวสุทัศน์ให้พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเรียนวิชา
จะเสกสองครองสมบัติขัตติยา แต่วิชาสิ่งใดไม่ชำนาญ
จึงดำรัสตรัสเรียกโอรสราช มาริมอาสน์แท่นสุวรรณแล้วบรรหาร
พ่อจะแจ้งเจ้าจงจำคำโบราณ อันชายชาญเชื้อกษัตริย์ขัตติยา
ย่อมพากเพียรเรียนไสยศาสตร์เวท สิ่งวิเศษสืบเสาะแสวงหา
ได้ป้องกันอันตรายนครา ตามกษัตริย์ขัตติยาอย่างโบราณ
พระลูกรักจักสืบวงศ์กษัตริย์ จงรีบรัดเสาะแสวงแห่งสถาน
หาทิศาปาโมกข์ชำนาญชาญ เป็นอาจารย์พากเพียรเรียนวิชาฯ
บัดนั้นพี่น้องสองกษัตริย์ ประนมหัตถ์อภิวันท์ด้วยหรรษา
จึงทูลความตามจิตเจตนา ลูกคิดมาจะประมาณก็นานครัน
หวังแสวงไปตำแหน่งสำนักปราชญ์ ซึ่งรู้ศาสตราเวทวิเศษขยัน
ก็สมจิตเหมือนลูกคิดทุกคืนวัน พอแสงจันทร์แจ่มฟ้าจะลาจร
พระอภัยมณีของสุนทรภู่ สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร พิมพ์จำหน่าย ๒๕๔๔ เล่ม ๑ หน้า ๑

เรื่องย่อพระอภัยมณี(16)

ด้านพระสังฆราชบาทหลวงรู้เรื่องการสู้รบตลอดเวลาเห็นว่าทางฝ่ายพระมังคลาสู้ไม่ได้ จึงปลุกระดมชาวเมืองให้ช่วยกันต่อสู้ และเผาวังลังกาเพื่อดึงความสนใจฝ่ายของพระหัสไชยให้ละการต่อสู้มาช่วยคนในวัง เกิดการโกลาหลวุ่นวายเพราะเพลิงติดเผาผลาญบ้านเรือนร้านตลาดลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เคราะห์ดีที่ทางฝ่ายพระหัสไชยมีทัพที่เหลือของนางละเวงและทัพของวาโหมมาช่วยอย่างเข้มแข็ง ตีต้านทัพของฝ่ายวลายุดา วายุพัฒน์ หัสกันและบาทหลวงแตกหนีไปด่านเขาเจ้าประจัญ พระมังคลาเห็นการศึกเสียทีครั้งแล้วครั้งเล่า จึงปรึกษาพระสังฆราชบาทหลวงว่าจะคิดการศึกอย่างไรจึงจะดี พระบาทหลวงคิดอุบายให้ทำหุ่นเลียนแบบพระอภัยมณีและพระราชวงศ์ ทั้งให้ทำหุ่นเลียนแบบฝ่ายนางสุวรรณมาลีและพระราชวงศ์ที่ถูกจับมาเป็นตัวประกันในเมืองลังกา เพื่อชักหุ่นให้แต่ละฝ่ายเห็นขู่ให้ถอยทัพกลับ ครั้งแรกทัพฝ่ายนางละเวงกับสามนางบุตรีและนางสุวรรณมาลีและพระราชวงศ์ยกมาถึง ก็เอาหุ่นเลียนแบบพระอภัยมณีและพระราชวงศ์ออกขู่ จนทัพของนางละเวงต้องถอยทัพห่างออกไป ครั้นทัพพระอภัยมณีและพระราชวงศ์ยกมาถึงก็เอาหุ่นเลียนแบบนางสุวรรณมาลีและพระราชวงศ์ออกขู่ให้พระอภัยมณีถอยทัพกลับไป พระอภัยมณีเป่าปี่สะกดทัพยึดป้อมเขาเจ้าประจัญได้จึงได้รู้ความจริงว่าเป็นกลศึก ขณะที่พระอภัยมณีเป่าปี่สะกดทัพบาทหลวงกำลังนั่งดื่มสุราอยู่จึงคว้าเอาทองหยิบขยี้ปิดหูจึงไม่หลับ และเห็นว่าเสียทีข้าศึกจึงพาพระมังคลาเล็ดรอดหนีออกไป ส่วนวลายุดา วายุพัฒน์ หัสกัน พากันหลับถูกจับได้ทั้งสามคน พระอภัยมณีเข้าป้อมเขาเจ้าประจัญได้ ก็ให้อภัยโทษแก่ทหารเมืองลังกาทั้งหมด ส่วนพระนัดดาทั้งสามคนก็โปรดให้เอาไปถวายนางละเวงแล้วแต่จัดการ
ทัพของพระอภัยมณีตั้งฉลองชัยอยู่ที่ป้อมเขาเจ้าประจัญสามวันก็ยกไปเมืองลังกาเพื่อเตรียมการอภิเษกหัสไชยกับนางสร้อยสุวรรณและนางจันทร์สุดา
พระอภัยมณีให้สุดสาครถือสารไปเชิญเจ้ากรุงการะเวกและพระมเหสีเสด็จมางานอภิเษกพระหัสไชยกับสองพระธิดา และในคราวเดียวกันก็ให้อภิเษกสุดสาครกับนางเสาวคนธ์ที่ค้างมาจากครั้งก่อนด้วย ขบวนของเมืองการะเวกเสด็จมาด้วยความดีพระทัย พอเสด็จถึงเมืองลังกานางละเวงต้อนรับขับสู้อย่างเต็มที่ และเดิมได้ขอให้พระหัสไชยกับพระธิดาสร้อยสุวรรณและจันทร์สุดาอยู่ครองเมืองลังกานั้นพระมเหสีเมืองการะเวกขอเป็นให้สุดสาครกับนางเสาวคนธ์ครองกรุงลังกาแทน พระหัสไชยกับสองพระธิดาให้กลับไปครองเมืองการะเวก ด้านศรีสุวรรณลาพระอภัยมณีกลับไปเมืองรมจักรพร้อมกับคณะของท้าวทศวงศ์
สำหรับพระอภัยมณีแม้ว่านางสุวรรณมาลีและนางละเวงจะรักใคร่สามัคคีกลมเกลียวกันดีก็ตาม แต่…..แต่ละนางก็เจ้าแง่แสนงอนไม่สนองพระประสงค์และพระอภัยมณีก็ไม่ตรัสบอกให้นางทราบตรงๆ พระอภัยมณีจึงเป็นไข้ใจ เบื่อหน่าย พอสินสมุทพาหมอมารักษาและอยู่ปรนนิบัติจนมีพระอาการค่อยคลายลง พระอภัยมณีตรัสว่าจะออกบวช ทั้งสองนางยังคิดว่าทรงแกล้งตรัส กลับทูลว่าก็จะตามออกบวชเป็นดาบสินีด้วย พระอภัยมณีจึงให้ประชุมพวกข้าเฝ้าเผ่าพงศ์พันธุ์ แล้วพระองค์ทรงสมาทานศีลห้าแต่งองค์เป็นดาบสเทศนาสั่งสอนพระประยูรญาติให้กลับไปดำรงค์ฐานันดรตามที่ได้แต่งตั้งไว้ นางสุวรรณมาลีและนางละเวงสองพระมเหสีฟังเทศน์จบก็แทบจะสลบ เพราะทราบว่าพระอภัยมณีได้ตัดขาดออกบวชตามที่ได้ตรัสไว้แล้ว จึงทูลขอบวชเป็นดาบสินีตามไปเป็นศิษย์ปฏิบัติพรหมจรรย์ด้วย พระอภัยมณีให้ทั้งสองนางทำสัตย์สัญญาว่าจะไม่เกี่ยวข้องเป็นผัว - เมียแล้วก็อนุญาต ฝ่ายสามบุตรีเลี้ยงของนางละเวงก็ขอบวชตามละเวงด้วย พระอภัยมณีให้กลับไปขออนุญาตจากสามีเสียก่อน ซึ่งสามีของแต่ละนางไม่มีใครอนุญาตให้บวชสักคนเดียว สินสมุทและสุดสาครทราบว่าพระดาบสและดาบสินีทั้งสามพระองค์จะเสด็จไปเดินป่าในวันรุ่งขึ้น ก็เกรงว่าจะลำบากมาก เพราะพระดาบสินีทั้งสองไม่เคยตรากตรำเดินป่ามาก่อนเลย จึงปวารณาว่าจะไปสร้างศาลาพระอาศรมถวาย และขอดูแลตามที่พระมุนีประสงค์ พระดาบสอภัยมณีก็อนุญาต สินสมุทและสุดสาครจึงนิมนต์ให้รั้งรออยู่ในวังลังกาอีกสิบห้าวัน แล้วรีบไปเลือกที่สร้างอาศรมบนเขาสิงคุตร์ซึ่งตำนานกล่าวว่าภูเขานี้เป็นหลักของเมืองลังกา เป็นที่ประดิษฐานรูปเจ้าสิงคุตร์บุตรพระอินทร์อยู่ท้ายภูเขา พระอภัยมณีและพระดาบสินีไปทรงพรตอยู่บนเนินเขามีนางรำภาสะหรี นางยุพาผกา นางสุลาลีวันคุมทหารพันนายเก็บส้มสูกลูกไม้เผือกมันถวายให้ทรงฉัน เพราะเขาสิงคุตร์อยู่ห่างจากเมืองลังกาแค่เดินทางเพียงสามวันเท่านั้น สินสมุทกลับไปครองเมืองผลึก สุดสาครและเสาวคนธ์ครองเมืองลังกา วาโหมกลับไปเมืองวาหุโลม เจ้าย่องตอดนั้นวอดวาย นางสุนีนั้นหายไป
จบเรื่องย่อพระอภัยมณีตอนที่ ๑ - ตอนที่ ๖๔